Home Category Blog วิชาฮวงจุ้ยกับชีวิต

วิชาฮวงจุ้ยกับชีวิต

                วิชาฮวงจุ้ย หรือ ชื่อภาษาอังกฤษว่า Feng Shui เป็นศาสตร์แห่งพลังที่เป็นภูมิความรู้อันเก่าแก่ของจีนที่ในขณะนี้ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายไปทั่วโลก ชาวยุโรป และอเมริกัน เริ่มหันมาให้ความสนใจกับศาสตร์ที่เร้นลับแขนงนี้มากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ไม่ยังรวมประเทศในแถบเอเชีย เช่น มาเลเซีย สิงคโปร์ เวียดนาม และไทย ที่ได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมจีน และการอพยพเข้าไปตั้งรกรากของชาวจีนแผ่นดินใหญ่     บุคคลกลุ่มนี้มักถนัดในด้านการค้าขายจนมั่งคั่งร่ำรวย  และชาวจีนเหล่านี้มักรักษาวัฒนธรรมขนบธรรมเนียม ประเพณีของตนอย่างเหนียวแน่น เช่น ประเพณีการไหว้เจ้าแสดงความกตัญญูต่อบรรพบุรุษ และสิ่งที่น่าสังเกตอย่างหนึ่งก็คือ คนจีนเหล่านี้มักมีความรู้และศรัทธาในวิชาฮวงจุ้ย มากบ้างน้อยบาง อันเป็นไปตามคำสั่งสอนของบรรพบุรุษที่ยึดถือปฏิบัติกันมายาวนาน

                สำหรับในประเทศไทยหากย้อนหลังไปก่อนปี 2547 วิชาฮวงจุ้ยยังไม่เป็นที่แพร่หลาย คนไทยมักรู้จักและคุ้นเคยกับแต่คำว่า ฮวงซุ้ย ที่หมายถึงหลุมฝังศพของคนจีน แท้ที่จริงแล้วการหาพื้นที่สร้างฮวงซุ้ยก็เป็นความรู้แขนงหนึ่งของวิชาฮวงจุ้ย ที่ผู้ศึกษาเล่าเรียนเรียกว่าวิชาฮวงจุ้ยเคหสถาน ภาคคนตาย อันหมายถึงหลักการหาทำเลที่ตั้งของหลุมฝังศพบรรพบุรุษที่จะส่งผลนำความเจริญรุ่งเรืองมาสู่ลูกหลาน ส่วนวิชาฮวงจุ้ยที่นิยมกันอยู่ในขณะนี้เรียกว่า  วิชาฮวงจุ้ยเคหสถาน ภาคคนเป็น ซึ่งหมายถึง การเลือกสรร ดัดแปลง ปรับปรุง อาคารบ้านเรือนให้สอดคล้องกับดวงชะตาของผู้อยู่อาศัย และดัดแปลง ปรับปรุง อาคารบ้านเรือนให้สอดคล้องสมดุลกับสภาพแวดล้อม เพื่อรับพลังความเป็นมงคลจากธรรมชาติที่จะนำความสุขและความเจริญรุ่งเรืองมาสู่ผู้อยู่อาศัยในอาคารบ้านเรือนหลังนั้น

 

                วิชาฮวงจุ้ยเคหสถาน( ทั้งภาคคนเป็น และภาคคนตาย )เป็นเพียงสาขาหนึ่งของวิชาฮวงจุ้ยทั้งหมด โดยองค์ความรู้ทางด้านวิชาฮวงจุ้ยมีอยู่ 4 สาขา วิชาคือ

1.             วิชาฮวงจุ้ยบนร่างกาย

2.             วิชาฮวงจุ้ยในใจ

3.             วิชาฮวงจุ้ยเคหสถาน ที่แยกออกเป็น 2 ส่วนคือ

·       วิชาฮวงจุ้ยเคหสถาน  ภาค คนเป็น

·       วิชาฮวงจุ้ยเคหสถาน  ภาค คนตาย  และ

4.             อาถรรพณ์วิชาฮวงจุ้ย

 

อันที่จริงวิชาฮวงจุ้ย เป็นศาสตร์เก่าแก่ของชาวจีน ที่มีการรวบรวมและพัฒนาองค์ความรู้มากว่า 5,000 ปี วิชาฮวงจุ้ยได้รับการพัฒนามาจากศาสตร์แห่ง คัมภีร์อี้จิง หรือ คัมภีร์แห่งการเปลี่ยนแปลงที่ได้มีการคิดค้นและแปลความหมายมาตั้งแต่ครั้งอาณาจักรจีนโบราณผสมผสาน กับหลักปรัชญาความเชื่อแนวคิด การจดบันทึกและการสังเกตการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติ รวบรวมกลั่นกรองและสืบทอดกันมาจนเป็นศาสตร์แห่งวิชาฮวงจุ้ย    เริ่มแรกวิชาฮวงจุ้ยรู้จักกันในชื่อว่า กานอวี่ เป็นศาสตร์แห่งการเลือกทำเลที่ตั้ง การดูดาวและพยากรณ์      สำหรับชื่อ กานอวี่ หมายถึง วิถีแห่งฟ้าและดิน ส่วนคำว่า ฮวงจุ้ย ปรากฏครั้งแรกในคัมภีร์ จางชู อันเป็นตำราการฝังศพของ กัวผู่ (นักปราชญ์จีนโบราณ) ใช้ในความหมายของการจัดการชี่ ซึ่งหมายถึงลมหายใจแห่งธรรมชาติ

วิชาฮวงจุ้ยแสดงผลอย่างโดดเด่นในสมัยนั้น ศาสตร์แขนงนี้ใช้ในการปลูกบ้านสร้างเมือง ทำศึกสงครามใช้เพื่อสร้างความยิ่งใหญ่ให้กับเจ้าเมืองผู้ปกครองรัฐ เรื่อยมาจนถึง รัฐชาติจีนถูกรวมรวมให้เป็นจักรวรรดิเพียงหนึ่งเดียววิชาฮวงจุ้ยจึก๔กนำไปใช้ในราชสำนักและจักรพรรดิของจีน เหตุที่วิชาฮวงจุ้ยยังคงยืนยาวสืบทอดกันมาได้นั้นก็เพราะมีนักบวชนักพรตของลัทธิเต๋าที่มีส่วนสำคัญในการรวบรวม และพัฒนาองค์ความรู้ทางฮวงจุ้ยในสมัยก่อนเอาไว้อย่างเป็นระบบมีแบบแผน และมีการถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น จนเมื่อวิชานี้กลายเป็นวิชาต้องห้ามสำหรับสามัญชนเพราะทางราชสำนักจีนเห็นในอิทธิคุณและพลังแห่งวิชาฮวงจุ้ย ที่สามารถพลิกชะตาชีวิตของคนธรรมดาสามัญ ให้เป็นเจ้าจักรพรรดิฮ่องเต้โอรสสวรรค์ได้ ที่เห็นได้ชัดเจนก็คือ จูหยวนจาง  ปฐมจักรพรรดิแห่งราชวงศหมิง  พระนาง ซูสีไทเฮา แห่งราชวงศ์ชิง และท่านประธานเหมาเซตุง ประธานพรรคคอมมิวนิสต์จีน ฯลฯ ที่ล้วนก้าวขึ้นเป็นใหญ่ได้ก็เพราะพลังแห่งวิชาฮวงจุ้ย

แล้ววิชาฮวงจุ้ยคือะไร ? ทำไมถึงได้มีพลังอำนาจมากมายเช่นนี้   คำว่าฮวงจุ้ยตามรากศัพท์สามารถแยกได้ออกเป็นสองคำคือ  ฮวง แปลว่า ลม และจุ้ย แปลว่า น้ำ  ดั้งนั้น คำว่าวิชาฮวงจุ้ยถ้าแปลตามศัพท์ก็คือ วิชาที่ว่าด้วยเรื่องของ ลมและน้ำ  ซึ่งดูเหมือนจะไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับเรื่องของบ้านและที่อยู่อาศัยเลย

แต่ความหมายที่แท้จริง วิชาฮวงจุ้ย หมายถึง วิชาที่ว่าด้วยเรื่องของการเลือกทำเลที่ตั้งการจัดวางตัวของมนุษย์ให้สอดคล้องสมดุลกับพลังแห่งธรรมชาติที่ทรงอิทธิพลอยู่ในโลก วิชาฮวงจุ้ยจึงมุ่งเน้นเรื่องการจัดการลมและน้ำอันเป็นที่มาของกระแสชี่ หรือลมหายใจแห่งจักรวาล (คนจีนเรียก ชี่ว่าลมหายใจมังกร)ที่นำมาซึ่งความเป็นมงคลและเจริญรุ่งเรืองให้กับมนุษย์ ดังนั้นหากเราต้องการรับเอาพลังความเป็นมงคลจากธรรมชาติเราจึงมีความจำเป็นที่จะต้องมีการจัดวางดัดแปลง วิเคราะห์ปรับปรุงอาคารบ้านเรือนให้สอดคล้องกับหลักวิชาฮวงจุ้ย สาเหตุที่ใช้บ้านในการจัดวางฮวงจุ้ยนั้น เพราะบ้านถือเป็นตัวแทนของมนุษย์ ( เพราะมนุษย์จำเป็นต้องอาศัยอยู่ในบ้าน และเพื่อก่อให้เกิดความสมดุลของแห่งพลังจักรวาล เพราะตามหลักสมดุลหยินหยาง บ้านถือเป็นหยิน มนุษย์ถือเป็นหยาง บ้านและคนจึงก่อให้เกิดความสมดุลพื้นฐานของพลังจักรวาล )

ในวิชาฮวงจุ้ยยังมีรายละเอียดปลีกย่อยอันมากมายไม่ว่าจะเป็น แนวคิด ศาสนาปรัชญา ความเชื่อ วัฒนธรรมขนบธรรมเนียมประเพณี คุณธรรม โหราศาสตร์ วิทยาศาสตร์องค์ความรู้อื่นๆเอาไว้มากมาย อันที่จริงวิชาฮวงจุ้ยไม่ได้เป็นศาสตร์ที่ งมงายไร้เหตุผล วิชาฮวงจุ้ยที่แสดงผลดีอย่างชนิดคาดไม่ถึงปรากฎการณ์เหล่านั้นใช่ว่าจะไม่มีเหตุผลแต่เพราะเหล่าผู้ที่ครอบครองวิชาไม่ต้องการชี้แจง หรือ อธิบายความลับของหลักวิชาต่างหาก  และหากท่านศึกษาให้ลึกซึ้งลงไปก็จะพบเหตุและผลที่แสดงให้เห็นในความเป็นจริงที่ก่อให้เกิดผลตามหลักวิชานั้นๆ

คนในยุคปัจจุนมักจะเชื่อในสิ่งที่ตนเห็นหรือคิดหาเหตุผลได้เท่านั้น อัที่จริงความคิดของมนุษย์ในลักษณะนี้เกิดขึ้นมายาวนานหลายร้อยหลายพันปี เพราะคนเรามักจะเชื่อว่าสิ่งนั้นสิ่งนี้มีเพราะตาเห็นหรือจับต้องสัมผัสได้ และมักดูถูกเหยียดหยามความเชื่อ หรือสิ่งที่คนเองคิดว่าเป็นไปไม่ได้ ยกตัวอย่างเช่น โทมัสอันวา เอดิสัน ผู้คิดค้นและประดิษฐ์หลอดไฟ พี่น้องตระกูลไรท์ ที่คิดค้นประดิษฐ์เครื่องบิน คนในยุคนั้นก็เหยียดหยันถากถางว่าเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้  แล้วในปัจจุบันล่ะ ? หากย้อนเวลากลับไป 20 ปีที่จะมีสักกี่คนที่เชื่อว่าในอนาคตจะมีโทรศัพมือถือ หรือดาวเทียมของกูลเกิลเอิร์ทที่เราเลือกดูเห็นหลังคาบ้านเราได้ ฯลฯสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเพราะ ความเชื่อ ของนักประดิษฐ์และนักคิดนักสร้างสรรคสิ่งของต่างๆทั้งหลายที่ปรากฎอยู่ในขณะนี้รวมทั้ง คลื่นและพลังงานต่างๆล้วนมีอยู่และกำเนิดมาพร้อมกับโลกขึ้นอยู่กับว่าเราจะสามรถค้นพบและนำเอามาใช้ประโยชน์ได้หรือไม่  ศาสตร์แห่งวิชาฮวงจุ้ยที่สืบทอดกันมา เป็นเครื่องพิสูจน์ความรู้ความสามารถของบรรพชนชาวจีนโบราณ ที่สามารถค้นหาวิธี หลักการแนวคิด ในการนำเอาพลังแห่งธรรมชาติมาใช้เกื้อกูลส่งเสริมความเป็นอยู่ของมนุษย์ให้มีความเจริญรุ่งเรือง รอดพ้นจากภัยพิบัติต่างๆได้ หากเปรียบเทียบบ้านของเรา เป็นโทรทัศน์ การที่เราเลือกที่จะตั้งโทรทัศน์เอาไว้ในห้องใดห้องหนึ่งเราก็ต้องใช้เสาอากาศในการรับคลื่น ผลที่เรามักได้รับก็คือ บางช่องสัญญาณชัดเจน บางช่องสัญญาณไม่ชัด หากเราต้องการให้โทรทัศน์ภาพคมชัดทุกช่อง เราก็ต้องเรียกผู้ที่มีความรู้ในการติดตั้งเสาอากาศ จานดาวเทียม หรือเคเบิ้ลทีวีมาช่วยติดตั้งให้กับเรา ฉันใดก็ฉันนั้น ช่องสัญญาณโทรทัศน์ก็หมายถึงโอกาสของท่านในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการงาน การเงิน ความรัก ชื่อเสียงเกียรติยศ ความมั่งคั่งร่ำรวย ฯลฯ สำหรับการตั้งเสาอากาศหรือ จานดาวเทียม ก็เปรียบได้กับการเลือกที่จะใช้วิชาฮวงจุ้ยในการปรับปรุงอาคารให้เกิดโชคและโอกาส แล้วทำไมท่านจะต้องปล่อยให้โอกาสชีวิตของท่านหลุดลอยไป ทั้งๆที่วิชาฮวงจุ้ยสามารถช่วยเหลือท่านได้ ?

                ในปัจจุบันตรงกับยุคปลาย ชาตะ 8 ( พ.ศ. 2547 – 2567 ) อันเป็นยุคแห่งดินนำโชค ทำให้วิชาฮวงจุ้ยซึ่งเป็นวิชาความรู้ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของดิน(อาคารบ้านเรือน ตั้งอยู่บนดิน) ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง มีผู้สนใจนำเอาหลักวิชาไปใช้ เพื่อแก้ไขวิกฤตการณ์ในชีวิต หรืออุปสรรคและปัญหาที่ตนเองกำลังเผชิญอยู่หรือแม้แต่นำวิชาฮวงจุ้ยมาใช้เพื่อวางรากฐานให้กับชีวิตของตนเอง แล้วประสบความสำเร็จก็มีอยู่มากมายทำให้ผู้นำเอาวิชาไปใช้เกิดโชค และโอกาสในการดำเนินชีวิตที่ดีประสบความสำเร็จตามที่ตนเองปรารถนา

                เมื่อกล่าวถึงความปรารถนาหรือความคาดหวัง สิ่งเหล่านี้ล้วนเกิดควบคู่อยู่กับมนุษย์ทุกเพศ ทุกวัย ตามเหตุและปัจจัย ตามฐานะ การดำเนินชีวิต สังคมและสภาพแวดล้อม ตัวอย่างเช่น สิ่งที่มนุษย์ส่วนใหญ่ปรารถนาสูงสุดก็คือความมั่งคั่งร่ำรวย ทรัพย์สินเงินทอง เพราะเป็นความเชื่อที่ว่าหากเรามั่งคั่งร่ำรวยและก็จะมีความสุข แต่เท่าที่พบเห็นกันในปัจจุบันคนที่ร่ำรวยอยู่แล้วก็อยากจะร่ำรวยให้มากยิ่งขึ้น บางครั้งยอมแลกความมั่งคั่งร่ำรวยนั้นกับสุขภาพและความสุขของครอบครัว หรือพยายามเอารัดเอาเปรียบบุคคลอื่นเพื่อให้ตนเองได้มาซึ่งเงินทอง และมักพบเห็นอยู่เสมอว่าคนรวยเขียนคำ พอไม่เป็น

ทุกวันนี้คนส่วนใหญ่เห็นว่าเงินคือทุกอย่างของชีวิต  เราพยายามทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อให้ได้มันมาโดยเก็บหรือลดทอนความปรารถนาด้านอื่นๆเอาไว้ หรือทุ่มเทเวลาส่วนใหญ่ของชีวิตอยู่กับการทำงานหาเงิน   และคนส่วนมากมักคิดว่าเมื่อมีเงินก็สามารถทำให้ความปรารถนาอื่นๆสำเร็จลงได้อย่างง่ายดาย  แต่ก็มีคนจำนวนไม่น้อยที่เมื่อมีเงินแล้วกลับประสบปัญหาด้านอื่นๆตามมาเช่น ปัญหาครอบครัว ปัญหาด้านสุขภาพ ปัญหาด้านบุตรธิดา และปัญหาอื่นๆอีกมากมาย ทำให้เกิดความเครียดบั่นทอนชีวิตและสุขภาพ ดังนั้นคนที่มีเงินจึงไม่ได้หมายความว่าเป็นคนที่มีความสุขเสมอไปในความเป็นจริงเงินไม่ใช่ทุกอย่างของชีวิต เพราะของบางอย่างมีเงินมากเท่าใดก็ไม่อาจซื้อหาได้

                ในวิชาฮวงจุ้ยได้กล่าวถึง ความมั่งคั่ง ร่ำรวย ทรัพย์สินเงิน เอาว่าเป็นเพียงความปรารถนาอย่างหนึ่งของมนุษย์ เท่านั้น คนส่วนใหญ่ที่ให้ความสนใจกับวิชาฮวงจุ้ย หรือ คนที่รู้จักวิชาฮวงจุ้ยอย่างผิวเผินก็มักจะคิดว่าการทำฮวงจุ้ยหรือการใช้วิชาฮวงจุ้ยเป็นไปเพื่อให้เกิดความมั่งคั่งร่ำรวยเพียงอย่างเดียว ทั้งๆที่ชีวิตของมนุษย์ยังมีความปรารถนาด้านอื่นๆอีกมากมาย และในหลักวิชาฮวงจุ้ยได้แบ่งความปรารถนาของมนุษย์ทุกคนเอาไว้ตั้งแต่เกิดจนตายโดยแบ่งออกเป็น 9 ความปรารถนาดังนี้

                1.   ความปรารถนาในด้านอาชีพการงาน

                2.   ความปรารถนาในด้านความรักความสัมพันธ์ คู่ครอง

                3.   ความปรารถนาในด้านครอบครัว

                4.   ความปรารถนาในด้านความมั่งคั่งร่ำรวย

                5.   ความปรารถนาในด้านสุขภาพ

                6.   ความปรารถนาในด้านผู้ช่วยเหลืออุปถัมภ์และสิ่งศักดิ์สิทธิ์

                7.   ความปรารถนาในด้านบุตร บริวาร

                8.   ความปรารถนาในด้านความรู้วิสัยทัศน์

                9.   ความปรารถนาในด้านชื่อเสียงและการยอมรับ

ความปรารถนามนุษย์ทั้ง 9 ประการนี้เป็นของที่อยู่คู่กับมนุษย์ทุกเพศทุกวัย ทุกชาติ ทุกภาษาทุกศาสนาและวัฒนธรรม จะแตกต่างกันก็แต่โอกาสและช่วงเวลาที่จะทำความปรารถนานั้นให้สำเร็จผล ดังนั้นเราจึงไม่ความที่จะมุ่งเฉพาะการแสวงหาเงินทองจนละเลยความปรารถนาทางด้านอื่นๆ

                คนจีนมักกล่าวอยู่เสมอว่า “ ชื่อเสียงมาก่อนเงินทองจึงจะตามมา ” คำกล่าวนี้มุ่งเน้นให้เห็นว่า การที่เรามีน้ำใจไมตรี มีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดีกับบุคคลอื่นๆ ประกอบอาชีพอย่างสุจริตและเที่ยงธรรมจนทำให้เกิดชื่อเสียงในทางที่ดี ก็จะนำมาซึ่งโอกาส และทรัพย์สินเงินทอง

เรื่องความปรารถนาของคนเราทุกคนที่มีอยู่ 9 ประการและความปรารถนาในแต่ละเรื่องตามที่กล่าวไปแล้วนั้นสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาในทุกช่วงชีวิต จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับปัจจัยแวดล้อมต่างๆ เช่น ฐานทางครอบครัว  การศึกษา เพศและวัย อาชีพกางานและความสนใจส่วนตัวไม่จำเป็นที่ความปรารถนาทั้ง 9 ประการนั้นต้องเป็นไปตามลำดับ

 

ทิศกับความปรารถนาของมนุษย์

                ในวิชาฮวงจุ้ยมุ่งเน้นให้ความสำคัญ ระหว่าง มนุษย์ หรือ ผู้อยู่อาศัยภายในบ้าน กับ อาคารบ้านเรือนเคหสถาน ว่าต้องมีความสอดคล้องสมดุล จึงจะนำความเจริญรุ่งเรืองมาสู่ผู้ที่อยู่อาศัยภายในอาคารบ้านเรือนหลังนั้นได้ และในวิชาฮวงจุ้ยได้กำหนดตำแหน่งและทิศภายในบ้าน  โดยกำหนดให้บ้านแต่ละหลังแบ่งพื้นที่ภายในบ้านออกเป็น 8  ทิศ 9 ตำแหน่งโดยทิศทั้ง 8 มีรัศมีของพื้นที่ทิศละ 45 องศา อันได้แก่

1.             ทิศเหนือ

2.             ทิศตะวันตกเฉียงใต้

3.             ทิศตะวันออก

4.             ทิศตะวันออกเฉียงใต้

5.             ทิศศูนย์กลาง หรือ ตำแหน่งศูนย์กลางบ้าน

6.             ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ

7.             ทิศตะวันตก

8.             ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ

9.             ทิศใต้

                หลักวิชาฮวงจุ้ยได้นำเรื่องของความปรารถนาของมนุษย์ทั้ง 9 ประการมาประกอบแผนภูมิลั่วซูโดยใช้แผนภูมิหลังกำเนิด( ฮั่วเทียน ปากัว ) ประกอบกับทิศทั้ง 8 ที่รายล้อมอาคารบ้านเรือนผสานกับตำแหน่งศูนย์กลางของอาคารบ้านเรือนโดยกำหนดความสัมพันธ์ระหว่างทิศกับความปรารถนาดังนี้

1.             ตำแหน่งพื้นที่ ทิศเหนือ  ของอาคารบ้านเรือน  สอดคล้องกับความปรารถนา

ด้าน อาชีพการงาน ธุรกิจการค้า

2.             ตำแหน่งพื้นที่ ทิศตะวันตกเฉียงใต้  ของอาคารบ้านเรือน  สอดคล้องกับความปรารถนาด้าน ความรักความสัมพันธ์

3.             ตำแหน่งพื้นที่  ทิศตะวันออก  ของอาคารบ้านเรือน  สอดคล้องกับความปรารถนา

ด้านครอบครัว ความรักความสามัคคีของคนในบ้าน

4.             ตำแหน่งพื้นที่ ทิศตะวันออกเฉียงใต้ ของอาคารบ้านเรือน สอดคล้องกับความปรารถนาด้าน ความมั่งคั่งร่ำรวย ทรัพย์สินเงินทอง

5.             ตำแหน่งพื้นที่  ศูนย์กลาง ของอาคารบ้านเรือน สอดคล้องกับความปรารถนา

ด้าน สุขภาพ

6.             ตำแหน่งพื้นที่ ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ของอาคารบ้านเรือน สอดคล้องกับความปรารถนาด้าน ผู้ช่วยเหลือ อุปถัมภ์และปกป้องคุ้มครอง

7.             ตำแหน่งพื้นที่  ทิศตะวันตก ของอาคารบ้านเรือน สอดคล้องกับความปรารถนา

ด้าน เด็กๆ บุตรและบริวาร

8.             ตำแหน่งพื้นที่ ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ของอาคารบ้านเรือน สอดคล้องกับความปรารถนาด้าน ความรู้และวิสัยทัศน์

9.             ตำแหน่งพื้นที่  ทิศใต้  ของอาคารบ้านเรือน สอดคล้องกับความปรารถนา

ด้าน ชื่อเสียงและการจดจำ การยอมรับทางสังคม

ในเรื่องของความปรารถนาของคนเรา ที่เกี่ยวข้องกับทิศนั้น ถือเป็นความรู้พื้นฐานที่มีความสำคัญต้องทำความเข้าใจและจดจำ เพราะตำแหน่งแห่งความปรารถนากับทิศต่างๆ ตามที่กล่าวมานี้ล้วนประจำอยู่ในทุกส่วนของบ้านหากตำแหน่งพื้นที่ทิศใดมีความผิดปกติ สกปรก ขาดความสมดุล แหว่งเว้าขาดหาย ทรุดตัวแตกร้าวก็จะส่งผลกระทบกับความปรารถนาที่สอดคล้องกับตำแหน่งทิศนั้นๆของบ้าน เช่น พื้นที่ทางด้านทิศเหนือของบ้านเกิดการแตกร้าวทรุดตัว ก็จะส่งผลให้ประสบปัญหาทางด้านอาชีพการงาน หรือตำแหน่งทิศตะวันตกเฉียงเหนือขาดหายก็จะทำให้ขาดไร้ผู้คอยให้ช่วยเหลืออุปถัมภ์พึ่งพา และตำแหน่งเหล่านี้ยังส่งผลสอดคล้องกับการใช้สอยพื้นที่ในตำแหน่งทิศนั้นเช่น ห้องน้ำห้องส้วมตั้งอยู่ในตำแหน่งศูนย์กลางของบ้าน ก็จะทำให้คนที่อาศัยอยู่ในบ้านนั้นประสบปัญหาเรื่องโรคภัยไข้เจ็บ หรือสุขภาพไม่ดี เพราะเนื่องจากความอัปมงคลของห้องน้ำที่ตั้งกดทับตำแหน่งสุขภาพ เป็นต้น

Last Updated ( Thursday, 19 April 2012 19:16 )